*อัพก่อนเดินทาง (อีกแระ)*
*Picnic @ sea shore*
*พาย ไข่*
*เหนื่อยโครต*
*Hospitality*
*summer, the DIET time !*
*Summer Time*
*beautiful sunday*
*พายหัวหอม*
*เปาบุ้นจิ้นจงเจริญ*
*หนมเอแคลร์ สำเร็จ !*
 

*summer, the DIET time !*

มีไดสาวใดบ้างมั้ย ที่ไม่เคยจารนัยเรื่อง Diet เลย

Bridget Jones ยังมีเลย..

 

หน้าร้อนอ่ะ .. ผลกระทบที่ตามมาก็คือว่า

ร่างกายต้องการพลังงานในการอบอุ่นร่างกายน้อยลง

ไม่เหมือนตอน -30 องศา (เนอะ)

ตอนนั้นจะ happy มาก ถึงแม้จะหนาวจัดข้างนอก

แต่ก็สามารถกินทุกอย่างได้ (ใต้ผ้าห่มอุ่น)

จำได้ว่า ซัด m&m ไปครึ่งโล ภายในวันเดียว (แต่ไม่ใช่ครั้งเดียว)

แล้วก็อีกสาระพัดจะกิน ไม่ยักเป็นไร

ชั่งน้ำหนักกี่ทีก็ 38

ตอนนี้ดิ  เผลอกินไอติมไปครึ่งควอซ วันเดียว

ตื่นมานี่ .. อืมม อย่าให้เซด

เห็นผลเร็วทันใจ

 

จะบอกว่า ก่อนหน้านี้ก็เป็นเด็กอ้วนคนนึง

ด้วยความสูงแค่นี้ แต่ทำน้ำหนักได้ถึง 52-53 กิโล (ตอน freshman year)

อันนั้น ก็เป็นผลพลอยได้เหมือนกัน

เพราะตอนอยู่ มัธยม (ต๊ายย.. ระลึกชาติเหมือนคนแก่เลยอ่ะ)

น้ำหนักคงที่ตลอดที่ 45

แต่ตอนปีสุดท้าย จำได้ว่า เฮฮาปาจิงโกะมาก

ไอ้ยับ ไอ้หญิง ไอ้ปลา อีจอย ไอ้แหวว อีทราย จะมานอนที่บ้านประจำ

(พวกมันตั้งใจมาอ่านหนังสือ สุดท้าย คนที่หลับคนแรกคือ เจ้าบ้าน)

กินกันบ่อยมากกก แล้วก็ไม่ได้รู้ตัวเองเลยว่าเปลี่ยนไปแค่ไหนแล้ว

แบบว่าเด็กๆไง ไม่ได้สนใจอะไร

จนกระทั่ง junior year โน่นแหนะ กว่าจะนึกได้ว่า

เห้ยแม่ง .. เด๋วเรียนจบแล้วนะ เด๋วจะต้องไปสัมภาษณ์งานแล้วนะ เด๋วจะต้องหาผู้ชายมาไว้ในครอบครองมั่งแล้วนะ

ถึงจะสำนึกได้ว่าต้องไดเอ็ท

สุดท้าย จาก 52 ลดเหลือ 38

จริงๆแล้ว คิดว่า 38 เนี่ย น้อยเกิน แต่พอลดเหลือ 38 แล้ว มันจะมาคงที่ที่ประมาณ 40 เอง

หลังจากนั้นก็ประมาณนี้มาตลอด (ไม่มีโย่วววๆๆๆ ใดๆทั้งสิ้น)

 summer the DIET time

ตอนสัมภาษณ์งาน (investment bank)

นายถามว่า อะไรที่คิดว่าเป็นการประสบความสำเร็จแล้วทำให้ตัวเองภูมิใจมากที่สุด

ติ๊กตอก ติ๊กตอกๆ ๆๆๆ

 

.

.

.

ตอบ

diet คะ

 

พี่นกอึ้ง

.

.

 

แกมาบอกตอนหลังเนี่ยแหละ ว่าโดนกะคำตอบ

การลดน้ำหนัก เป็นการแสดงถึงการชนะใจตัวเอง

มันเป็นการต่อสู้กะตัวเองที่ สุดๆไปเลย

มันแสดงว่าเรามีระเบียบวินับกะตัวเองขนาดไหน

มีคนเยอะแยะขนาดไหนที่บอกว่าจะลดความอ้วน ๆ สุดท้ายก็ล้มเหลว

หรือไม่ก็ต้องพึ่งหมอ ดูดไขมัน

 

จริงๆก็ไม่ได้วิเศษอยู่คนเดียว ที่ทำได้

มีคนอีกเยอะที่ทำได้ (ดูใน youtube ดิ)

แต่ก็ได้ภูมิใจว่า เราก็หนึ่งในนั้น

 

เหมือนตอนเรียนภาษาอังกฤษ

ไม่ได้คิดว่า จะเรียนแล้วทำให้เก่งกว่าคนอื่น

แต่เรียนเพื่อให้เราพูดได้เหมือนคนอื่นๆ มากกว่า

(ฉะนั้น อย่ามาคาดหวังอะไร)

 

เข้าเรื่อง (วันนี้อรัมภบทยาวแหะ)

อาหารไดเอ็ท ซึ่งตอนนี้ต้องเอากลับมาใช้อีกรอบ

 

ไม่ต้องอดอาหาร

ไม่ต้องออกกำลังกาย

กินๆๆเข้าไป เด๋วผอมเอง

 

ไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อ .. แต่จริง

 

"แกงจืด"

เป็นคำตอบสุดท้าย !!

 

จบข่าว

 

ทำไมแกงจืด ?

เพราะแกงจืดให้พลังงานบ้าง แต่น้อย

เพราะแกงจืดอร่อย และทำ (หา) ง่าย และถูก

เพราะแกงจืดหลากหลาย ชอบอะไรก็ใส่ๆๆๆ เข้าไป

เพราะแกงจืดทำให้กินเท่าไหร่ก็ได้ (ซดมันเข้าไป น้ำแกงจืด)

เพราะแกงจืดกินแล้วอิ่ม

เพราะแกงจืด มันจืด ถ้าเป็นพวกต้มยำ จะมีน้ำตาล และรสเผ็ดทำให้อยากอาหาร

 

ไม่เห็นต้องง้อเมนู 7 วัน  3 วันเลย

บางทีต้องกินเนื้อย่าง ปลาย่าง หายากว่ะ

กลับจากที่ทำงานเหนื่อยๆ บ้านไกลๆ จะไปหากินที่ไหนฟ่ะ

กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลเงี่ย (ให้ตูกินน้ำเปล่าดีกว่า)

แล้วทำให้ต้องคิดเรื่องกินตลอดเวลา (แล้วมันจะไดเอ็ทได้มั้ย)

 

แต่จริงๆแล้วแนะนำให้ออกกำลังกายนะ

เพราะมันจะทำให้ได้ผลเร็วยิ่งขึ้น

ไม่ต้องวิ่งขนาดจะให้ตาย

วิ่งๆ เดินๆ ให้ได้ยี่สิบนาที เหนื่อยก็หยุด

วิ่งได้สามนาที เดินคนกว่าจะรู้สึกว่า หัวใจกลับมาเต้นจังหวะปกติแล้ว

ก็ออกวิ่งต่อ

ไม่ได้ใช้เวลาเยอะเลยเนอะ

ถ้าเล่นแอโรบิค ว่ายน้ำ โยคะ พวกนี้ สวยจริง แต่ใช้เวลาเยอะ

วิ่งก็มีข้อเสียเหมือนกัน คือถ้าวิ่งผิดวิธี กระแทกข้อเท้า ก็เจ็บตัวได้เหมือนกัน

เวลาวิ่งก็ วิ่งบนปลายเท้าอ่ะคะ ทำต้วลอยๆ วิ่งเหยาะๆ ไม่ต้องซีเรียสมาก

อาทิตย์ละสามวัน วันละยี่สิบนาที ก็พอ

พวกนี้ใช้เวลาทำไม่นานเลยนะ

เดือนเดียว รับรองเห็นผลจริงๆ

 

สิ่งที่ได้มา คือความภูมิใจ ความมั่นใจ

อยากแต่งอะไรก็ได้ ชอปปิ้งได้สนุกสนาน

คุ้มมั่กๆๆ กับเวลาที่เสียไป

 

แต่ผลเสียก็มีเหมือนกัน (โดยเฉพาะถ้าไม่ออกกำลังกาย)

ร่างกายจะอ่อนแอลงเห็นได้ชัด

ที่เป็นกับตัวเองคือ เลือดจาง

ทั้งๆที่ออกกำลังกาย (วิ่งได้ครึ่งชั่วโมงแหละ เกือบสามกิโล ต่อครั้ง)

แต่ก็หน้ามืด เป็นลม เพราะเลือดจาง

อันนี้ก็ ถ้าใครทำอย่าหักโหมมาก หมอบอกว่า ถ้าจะไดเอ็ทให้ปรึกษาหมอด้วย

ถ้าหมอไม่ขูดเลือด ขูดเนื้อมากก็คุยๆกะหมอซะหน่อยก็ดีนะ สำหรับคนที่ต้องลดมากๆ

ส่วนประเภท สองสาม โลนี่ ไม่ต้องก็ได้แหละ

อาทิตย์เดียวก็ลดแล้ว

 

 summer the DIET time

จากเรื่องไดเอ็ท มาต่อเรื่องกิน

เมื่อวานได้ไอติมมากล่องนึงอ่ะ (ครึ่งโล)

โอ้ววว .... อร่อยมากกกกกกกกกกก

ตั้งแต่มาที่นี่ ยังไม่เคยกินไอติมอันไหนอร่อยเลย

อร่อยสุดก็ Walls

อาหารที่นี่ concern สุขภาพมา ไอติมก็ดันทำไขมันต่ำ

ไขมันต่ำๆ มันก็ไม่อร่อยซิ (จริงม๊ะ ?)

แต่ไปเจออันนี้ รส Caramel ผสมกะ เวเฟอร์อ่ะ

ถูกด้วย ประมาณ 2 ยูโรกว่าๆ

Walls ประมาณ 4 ยูโร

ปกติครึ่งโลนี่ จะกินได้ประมาณ 4 หน

แต่เมื่อวานโซ้ยไปแล้ว .. เรียบ

มันหยุดไม่ได้จริงๆ

วันนี้ต้องออกไปเอามาอีก

 

ช่วงนี้เห็นใครๆ ฮิตจิบชา

high ทง high tea ไรเนี่ยแหละ

ต๊าย .. ที่นี่ ไม่ได้ลองเลย

ปกติกิน Twining of London

ตอนนี้ ที่ครอบครองอยู่ เป็น Green Tea Selections

มี Java green tea, greentea กะ jasmin, green tea กะ ส้ม, green tea กะ lemon แล้วก็ green tea กะแอปเปิ้ล

จะบอกว่ามันหอมมั่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กลมกล่อมสุดๆ อัน jasmin นะ

กินแล้วคิดถึงบ้านสุดๆๆๆๆ

นอนจิบในผ้าห่ม ดูหนัง สุขใจจริงๆๆๆๆๆโว้ย..

 

นึกถึง green tea ของ Tipco ที่มีออกมาอยู่ช่วงหนึ่ง

ตอนนั้นกินจนติด (โออิชิยังไม่ออก)

ต้องฝากน้องจิ๋วซื้อมาให้เป็นลังๆ

บนลังก็จะมีตราประทับ "ท่านประธาน"

พอมันเอามาให้ มันต้องแบกขึ้นมาให้อีก เพราะหลายลัง มันหนัก

มันชอบบ่นว่า ทำไมต้องให้ท่านประธานมาแบกด้วยว่ะ

ทำไงได้ว่ะ ชากรู ไอโซอ่ะ

ซื้อมา ท่านประธานไม่ได้กำไร ไรเลย แล้วยังต้องมาแบกให้อีก

ฮา ฮา

 

ส่วนของโออิช จำได้มั้ยว่าตอนโอออกมาแรกๆ โอเป็นขวดเล็กๆ ต้องไปซื้อที่ร้านของโอเท่านั้น

กะไอ้โอตอนนี้อ่ะ จริงๆแล้วมันคนละโรงงานกัน

แถมคนละสูตรกันด้วยนะ

เพราะลิขสิทธิ์ของสูตรของโอขวดเล็ก (ที่รู้สึกว่าอร่อยกว่า)

มันเป็นของโรงงานนั้น

ซึ่งตอนนี้ เขาก็ทำของเขาขายเองแล้ว รสชาติเหมือนโอขวดเล็ก

เพียงแต่บอกไม่ได้ว่าเป็นยี่ห้ออะไร

อืมมม..

 

PS เพลงวันนี้เป็นเพลงที่ชนะที่ 2 ของ Eurovision แต่โดนขนะใจมากสุด (รัสเซีย)

 

 

     Share

<< *Summer Time**Hospitality* >>

 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

โหยาวโคตรรรร เรื่อง diet เนี่ยนะเมิง
เอาเรื่องอาหารมาดีกว่า
YIng   
Tue 12 Jun 2007 0:56 [1]